วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2558

ทนายย้ำ19มี.ค.ปูไม่ต้องไปศาลฯ

994848ศาล ดังนั้นในวันที่ 19 มี.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงไม่จำเป็นต้องเดินทางไปศาล ทั้งนี้ถ้าหากศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องในขั้นตอนดังกล่าว กฎหมายก็กำหนดให้ศาลฎีกาฯ ส่งสำนวนคำฟ้องให้จำเลยรับทราบ และกำหนดวันพิจารณาคดีครั้งแรก โดยขั้นตอนนี้กำหนดให้จำเลยต้องไปปรากฏตัวต่อหน้าศาล และไม่ว่าศาล ฯ จะมีคำสั่งประทับรับฟ้องหรือไม่ เราก็พร้อมน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลเมื่อวันที่ 18 มี.ค. นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทีมทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องหรือไม่ คดีที่อัยการสูงสุด ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ จากโครงการรับจำนำข้าว ในวันที่19 มี.ค.นี้ ว่า ในวันที่ 19 มี.ค.เป็นขั้นตอนระหว่างศาลฎีกาฯ กับพนักงานอัยการ ที่จะพิจารณาว่าจะประทับรับฟ้องหรือไม่ และในขั้นตอนนี้กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหาไปปรากฏตัวต่อหน้า

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: ทนายย้ำ19มี.ค.ปูไม่ต้องไปศาลฯ

ชงยกระดับดาโต๊ะเทียบชั้นขรก.ตุลาการ

994845นายสิทธิศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นควรให้มีการเปิดทำการศาลแขวงในพื้นที่ห่างไกลเพิ่มขึ้น และให้ทำหน้าที่เป็นสาขาของศาลจังหวัด เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้โดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด และอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกลที่จำเป็นต้องขอหมายต่าง ๆ จากศาล ให้สามารถดำเนินการได้ด้วยความรวดเร็ว ทั้งนี้ยังมีการปรับปรุงสถานะของดะโต๊ะ ที่มีหน้าที่พิจารณาคดีของชาวมุสลิมใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกี่ยวกับคดีครอบครัว มรดก เพื่อให้ทัดเทียมกับข้าราชการตุลาการ เช่น ยกระดับเรื่องวุฒิการศึกษา ฝึกอบรมก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนค่าตอบแทนที่ไม่แตกต่างจากข้าราชการตุลาการ และขยายอายุงานออกไปจาก 60 ปี

นายสิทธิศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เห็นว่าควรให้โอนกรมบังคับคดี กรมคุมประพฤติ และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน มาสังกัดในสำนักงานศาลยุติธรรม เนื่องจากการบังคับตามคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลเป็นการดำเนินการในกรอบของฝ่ายตุลาการ จะต้องมีความเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซง ไม่แตกต่างไปจากการพิจารณาพิพากษาคดี การให้หน่วยงานซึ่งทำหน้าที่บังคับตามคำพิพากษา หรือคำสั่งของฝ่ายตุลาการ ไปสังกัดกับฝ่ายบริหาร มีความสุ่มเสี่ยงต่อการที่จะถูกแทรกแซง ทั้งนี้ภารกิจบางอย่างของหน่วยงานเหล่านี้ จำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อความเป็นอิสระมิเช่นนั้นจะมีผลกระทบต่อการ พิจารณาพิพากษาคดีของศาลเมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่รัฐสภา นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ โฆษกคณะอนุกรรมาธิการ(กมธ.)ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาล ในคณะ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม แถลงว่า ที่ประชุมมีข้อเสนอต่อการปฏิรูปศาลยุติธรรม โดยเห็นว่าควรกำหนดอายุการเข้าสู่ตำแหน่งของผู้ช่วยผู้พิพากษา คงไว้ที่ 25 ปี และเกษียณอายุที่ 70 ปี  เนื่องจากระยะเวลาการฝึกอบรมผู้ช่วยผู้พิพากษา และผู้พิพากษาใช้เวลาหลายปี ทำให้ผู้พิพากษาที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่ครั้งแรก มีอายุโดยเฉลี่ยมากกว่า 30 ปี ส่วนระยะเวลาการอบรมของผู้ช่วยผู้พิพากษา ที่ประชุมเห็นว่าควรอยู่ที่ 1 ปี และการดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาประจำศาล เป็นเวลา 3 ปี นอกจากนั้นยังเห็นควรให้ตั้งคณะทำงานร่างกฎหมาย กำหนดหลักเกณฑ์การโยกย้ายแต่งตั้งผู้พิพากษาในศาลชำนาญพิเศษต่าง ๆ เพื่อให้ผู้พิพากษามีความชำนาญเฉพาะด้าน สามารถปฏิบัติหน้าที่ในศาลชำนาญพิเศษได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งส่งเสริมให้มีการศึกษาฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องด้วย

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: ชงยกระดับดาโต๊ะเทียบชั้นขรก.ตุลาการ

วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2558

รมต.รับเด้งปลัดสธ.ขัดแย้งส่วนตัว

994151รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีที่ นพ.รัชตะ ได้เรียกผู้บริหารกระทรวง และอธิบดี และผู้ตรวจราชการ เข้าร่วมหารือด่วน หลังจากที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศญี่ปุ่น มีช่วงหนึ่งที่ได้เชิญเจ้าหน้าที่ติดตาม และบุคลากรตำแหน่งอื่นๆ ออกจากห้องประชุม เหลือไว้เพียงแค่ระดับอธิบดี เพื่อหารือกันต่อ โดย นพ.รัชตะ ระบุว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เป็นความขัดแย้งของตนกับนพ.ณรงค์ ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่าง นพ.ณรงค์ กับ สปสช. ซึ่งในเรื่องข้อมูลบัตรทองที่ไม่ตรงกันของ 2 หน่วยงานนั้น มีกรรมการชุดที่ นายอัมมาร สยามวาลา เป็นประธาน คอยตรวจสอบอยู่แล้ว ก็ต้องดำเนินการต่อไป ส่วนเหตุผลในการสอบสวนข้อเท็จจริง นพ.ณรงค์นั้น เป็นเพราะไม่ทำตามนโยบายของรัฐบาลในเรื่องที่ต้องการให้เกิดความสงบภายใน หน่วยงาน แต่ที่ผ่านมาไม่ได้เป็นอย่างนั้น ซึ่งที่ผ่านมารองนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คนได้พยายามไกล่เกลี่ยแล้ว แต่ก็ไม่ได้ผล กับอีกเรื่องคือนโยบายการทำงาน 10 ข้อ ที่ไม่สามารถเดินหน้าได้ทั้งๆ ผ่านมากว่า 6 เดือนแล้วเมื่อวันที่ 18 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมผู้บริหารกระทรวง อธิบดีกรม และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และผอ.รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไปทั่วประเทศ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เร้นส์ ที่กระทรวงสาธารณสุขว่า เป็นการหารือเรื่องการทำงานตามปกติ โดยได้กำชับให้เรื่องการทำตามนโยบาย 10 ข้อ ส่วนเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างวิชาชีพ เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการเป็นเรื่องต่อไป อย่างการตั้งบุคลการสาธารสุขนั้น จะทำให้แล้วเสร็จ ไม่ต้องเป็นห่วง และเรื่องการบรรจุลูกจ้างชั่วคราวเป็นข้าราชการรอบที่ 3 จำนวน 7,547 คน นั้น ได้มีการเสนอเข้าครม.ไปแล้ว รอเพียงเอกสารประกอบบางส่วน ซึ่งได้เร่งรัดให้ผู้ดูแลดำเนินการให้เร็ว ไม่ได้กำชับเรื่องการขึ้นป้ายคัดค้านการย้าย นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวง แต่อย่างใด บอกเพียงแต่ว่าให้เริ่มทำงานด้วยกันไปข้างหน้า ส่วนกรณีที่ฝ่ายปฏิบัติงานแสดงออกถึงการปฏิเสธการทำงานของตนเองนั้น ก็ไม่เห็นว่าจะปฏิเสธอะไร ยังทำงานร่วมกันดี

แหล่งที่มา  :  เดลินวิส์

Source: รมต.รับเด้งปลัดสธ.ขัดแย้งส่วนตัว

สั่งหารอยรั่วเงินซื้อยางอสย

994165พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ นายกฯยังมอบหมายให้คสช.ลงพื้นที่ทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อน โดยให้เร่งไปสอบถามประชาชนเพื่อเก็บข้อมูลถึงความพึงพอใจในการทำงานของข้า ราชการประจำในแต่ละพื้นที่ เพราะมีข่าวว่ามีผู้แทนหน่วยงานราชการที่ไปจากส่วนกลางบางส่วนไม่ให้ความ ร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ โดยอ้างว่าต้องรอฟังจากหน่วยงานส่วนกลางของเขาเท่านั้น ซึ่งปัญหานี้ทำให้งานของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดไม่เป็นไปตามแผนของจังหวัด นายกฯจึงให้หน่วยทหารในพื้นที่ต่างๆส่งทหารลงไปสอบถามประชาชนถึงความพึงพอใจ ประชาชน โดยจะเป็นลักษณะของการแจกเอกสารแบบสอบถาม หรือจะเคาะประตูถามทีละบ้านก็ได้ และเมื่อได้ข้อมูลมาแล้วให้รวบรวมส่งข้อมูลให้กระทรวงนั้นๆรู้ว่าคนของตัว เองเป็นอย่างไรเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมครม.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปรารภตอนหนึ่งว่ากรณีที่ ครม.อนุมัติให้องค์การสวนยาง(อสย.)ไปกู้เงินเพื่อซื้อน้ำยางจากประชาชน เกษตกร สหกรณ์ และยี่ปั๊วะที่ยื่นบัญชีรายชื่อไว้นั้น มีการร้องเรียนว่ามีเกษตรกรชาวสวนยางที่ขายน้ำยางตรงนี้บางรายยังไม่ได้รับ เงิน จึงมอบหมายให้คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว. กลาโหม เป็นประธานกรรมการฯ ลงไปติดตามตรวจสอบให้เร็วที่สุดว่าทำไมเงินจึงยังไม่ถึงมือเกษตรกร หรือมีเงินรั่วไหลตรงไหน เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไข

แหล่งที่มา :  เดลินิวส์

Source: สั่งหารอยรั่วเงินซื้อยางอสย

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2558

นายกฯยันไม่เลิกกฎอัยการศึก

992802พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังได้กล่าวถึงกรณีมีข้อเสนอให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อแล้วเสร็จ ว่า ตนเองจะตัดสินใจร่วมกับ คสช. เมื่อถึงเวลาในวาระสุดท้าย โดยประเมินจากสถานการณ์ภาพรวม ทั้งนี้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ไม่ได้ระบุไว้ว่า จะต้องทำประชามติหรือไม่ ถ้าตกลงกันเรียบร้อยไม่มีปัญหาสามารถทูลเกล้าฯ ได้ก็จบมีการเลือกตั้ง แต่ถ้าเถียงกันมากๆ อาจต้องล้มทั้งหมด แล้วเริ่มใหม่ ซึ่งทำให้เสียเวลา เสียสมอง ถ้าไม่รับก็ไปหาทางมา วันนี้ยังร่างรัฐธรรมนูญไม่เสร็จก็มีการทะเลาะกัน เพราะทุกคนไม่ยอมเปลี่ยนแปลง การปฏิรูปต้องมีไม่เหมือนเดิมบ้าง และมีกลไกที่จะให้การปฏิรูปเกิดเป็นรูปธรรม ตนจะไม่ยอมให้การปฏิรูปเสียเปล่า เพราะเข้ามาเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งขณะนี้กำลังทำให้ แต่หากแก้ไม่สำเร็จก็จะกลับมาโทษตนเองอีก

เมื่อ ถามถึงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่าหากรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย อาจจะเว้นวรรคทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็ดี ไปสิ ขอให้เว้นวรรคจริงๆ จะได้เลิกทะเลาะกันซะที และจะไม่มีเรียกมาปรับความเข้าใจเพิ่มเติม เพราะเรียกมาปรับความเข้าใจไม่ได้แล้ว เพราะเขาอายุเยอะแล้ว”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีทำบุญวันคล้ายวันเกิดในวันที่ 21 มี.ค. ว่า ไม่ต้องมายุ่งกับตน ตนเกิดมาคนเดียว และจะไม่เชิญใครมาด้วย แต่จะมีการทำบุญวันเกิดที่บ้านพักในกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ(ร.1 พัน 1 รอ.)

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 16 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ครั้งที่ 2/2558 ถึงกรณีกฎอัยการศึกที่หลายฝ่ายต้องการให้ยกเลิกว่า รัฐบาลกำลังหากฎหมายอื่นเพื่อมาดูแล ซึ่งขณะนี้กำลังร่างอยู่ ตนรู้ว่าทุกคนเป็นห่วง และยังเป็นห่วงมากกว่าทุกคน เพราะเป็นคนใช้อำนาจจึงต้องระวัง ทั้งนี้อย่าพูดถึงว่ากฎหมายที่จะนำมาใช้จะหนักหรือเบา แต่ขอให้ดูแลบ้านเมืองได้ เพราะยังมีกลุ่มคนที่รอออกมาเคลื่อนไหวอยู่ เพราะแม้จะมีกฎอัยการศึกแต่ก็ยังมีการก่อเหตุอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ตนเองร้อนใจอยู่แล้ว จึงต้องคิดหาวิธีให้บ้านเมืองสงบ ส่วนจะนำพ.ร.บ.ความมั่นคง หรือพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาใช้หรือไม่นั้น ก่อนหน้านี้ได้ใช้กฎหมายทุกอย่างแล้ว จนมาใช้กฎอัยการศึกถึงหยุดทุกอย่างได้ อย่าคิดเรื่องกฎหมายตนเองจัดการเองแต่วันนี้ขอหาทางก่อน ถ้าประชาชนร่วมมือกันไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมายก็จะไม่เกิดการกระทบกระทั่งกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน และที่สำคัญขณะนี้อยู่ในช่วงของการปฏิรูป กำลังเดินหน้าตามโรดแม็พ

เมื่อถามว่า จะมีการยกเลิกกฎอัยการศึกบางพื้นที่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะไม่มีการยกเลิก ในเขตพื้นที่ชายแดนก็ประกาศใช้มานานแล้ว ก็ไม่มีอะไร แต่พอประกาศใช้ตรงนี้กลับตื่นเต้นกัน ถ้าไม่กระทำความผิดก็ไม่ต้องกลัว แต่ตนก็จะหาทางดูแลในเรื่องนี้ให้

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: นายกฯยันไม่เลิกกฎอัยการศึก

พท.แทงกั๊กบอยคอตลต.

992807นายภูมิธรรมกล่าวถึงความคืบหน้ากรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ(ป.ป.ช.)ชี้มูลความผิดอดีต250 ส.ส.กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา ส.ว.ว่า ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของพรรคกำลังพิจารณาดูข้อกล่าวหาของแต่ละคนเพราะป.ป.ช.ก็ ชี้มูลความผิดแตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตามมองว่า อดีตส.ส.ทุกคนต้องได้รับสิทธิในการชี้แจงและแก้ข้อกล่าวหาด้วยตนเองอย่าง เต็มที่เพราะหากส่งตัวแทนแต่ละภาคเพื่อชี้แจงแทนนั้น ก็สามารถทำได้เช่นกันแต่ข้อกล่าวหาที่ไม่เหมือนกันก็อาจจะไม่ละเอียด ครอบคลุมเมื่อวันที่ 16มี.ค. นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าขณะนี้ยังอยู่ในช่วงระหว่างการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญขณะที่หลายฝ่าย ที่เกี่ยวข้องระบุว่ายังสามารถปรับแก้ได้ บางประเด็นก็มีลักษณะโยนหินถามทางดังนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญยังไม่มีความชัดเจน ทางพรรคเพื่อไทยจึงยังไม่ควรแสดงท่าทีอะไรโดยเฉพาะเรื่องของการเว้นวรรคหรือ บอยคอตการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ยังเร็วเกินไปที่จะพูด  อย่างไรก็ตามเรายังคงยืนยันในหลักการเดิมคือเราต้องการให้ประเทศกลับคืนสู่ ความเป็นประชาธิปไตยโดยเร็วที่สำคัญไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็น ประชาธิปไตยและสร้างเงื่อนไขให้เกิดการสืบทอดอำนาจทั้งนี้เมื่อร่างรัฐ ธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยควรจะมีการทำประชามติเพื่อให้ประชาชนได้แสดงความคิด เห็นด้วย

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: พท.แทงกั๊กบอยคอตลต.

วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2558

จีนปิดประชุมสภาประจำปีลั่นมีมาตรการส่งเสริมเศรษฐกิจ

991997นอกจากนี้ยังมีความวิตกกันว่า การขยายตัวของจีนซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจโลก อาจชะลอตัวลงไปอีก หลังเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า การผลิต การบริโภค และการลงทุนมีการขยายตัวลดลงต่ำสุดในรอบหลายปี ขณะเดียวกัน นายกฯหลี่ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าจีนกำลังส่งออกภาวะเงินฝืด พร้อมกล่าวโทษที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำเช่น น้ำมันดิบ และแร่เหล็ก แต่จีนนำเข้าสินค้าต่างประเทศมากขึ้นเมื่อปีที่แล้ว นายกฯหลี่ บอกว่าจีนเตรียมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆและคาดหวังที่จะได้เห็นเศรษฐกิจโลก ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามรัฐบาลจีนหลีกเลี่ยงการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่เหมือนที่เคย ระดมเงิน 4ล้านล้านหยวน หรือราว 21ล้านล้านบาท ในช่วงที่โลกเกิดวิกฤตการเงิน ส่วนบรรดาผู้นำระดับสูงของจีนเคยบอกว่า เศรษฐกิจอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านอันซับซ้อนจากการเติบโตด้วยตัวเลขสองหลักใน รอบหลายสิบปีที่ผ่านมาไปสู่ยุคใหม่ที่เป็นตัวเลขหลักเดียวแต่มีความมั่นคง มากขึ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่งประเทศจีน เมื่อวันที่ 15มี.ค.ว่า นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงของจีน เปิดเผยหลังปิดประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีนว่า รัฐบาลจีนยังมีมาตรการอีกมากมายที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศที่มีขนาด ใหญ่อันดับสองของโลก และว่า ทางการเตรียมยกระดับเป้าหมายของเศรษฐกิจมหัพภาคเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้ แก่ตลาดหากการเติบโตของจีนชะลอตัวจนอยู่ในระดับต่ำและกระทบต่อการจ้างงานกับ รายได้พร้อมกับหาทางผ่อนคลายความวิตกเกี่ยวกับการเติบโตที่ลดลง

แต่ถึงกระนั้นนายกฯหลี่ บอกว่า ยังมีข่าวดีที่ว่าในช่วง2ปีที่ผ่านมาเรายังไม่ต้องหันไปใช้มาตรการกระตุ้น ครั้งใหญ่เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโต ก่อนหน้านี้ ช่วงต้นเดือนมี.ค.นายกฯหลี่ได้ลดเป้าหมายการเติบโตประจำปีของจีนอยู่ที่ร้อย ละ7 ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำสุดนับตั้งแต่มีการกำหนดเป้าหมายคล้ายกันเมื่อปี2547 และปี 2557 เศรษฐกิจจีนขยายตัวร้อยละ7.4 ถือเป็นตัวเลขที่ชะลอตัวที่สุดในรอบเกือบ25ปี

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: จีนปิดประชุมสภาประจำปีลั่นมีมาตรการส่งเสริมเศรษฐกิจ