วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

กรมอุตุฯชี้ไทยตอนบนอากาศหนาวเย็นลง

896875ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มี เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียสโดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 17-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-14 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง มีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียสโดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราดอุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

อนึ่ง พายุโซนร้อน “ซินลากู” (SINLAKU) ที่เคลื่อนขึ้นฝั่งตอนใต้ของประเทศเวียดนามเมื่อวานนี้ (30 พ.ย.) ได้อ่อนกำลังอย่างต่อเนื่องและสลายตัวบริเวณประเทศกัมพูชาแล้ว

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 วันนี้ ถึง 06.00 วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ มีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ตอนบนของภาค อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-16 องศาเซลเซียส ตอนล่างของภาค อากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-13 องศาเซลเซียสลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานลักษณะอากาศทั่วไป บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมประเทศ เวียดนามตอนบนแล้ว และจะแผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในวันนี้ (1 ธ.ค.) ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 2-4 ธันวาคม 2557 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศเย็นลง อุณหภูมิจะลดลงได้ 3-5 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นในระยะนี้

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: กรมอุตุฯชี้ไทยตอนบนอากาศหนาวเย็นลง

ฮือฮาพระพุทธรูปประดับเหรียญนับล้าน

896828ส่วนอีกองค์เป็ยพระพุทธรูปปรางค์นอนมีขนาดยาว 7.90 เมตร ประดับด้วยเหรียญกษาปณ์ชนิดต่างๆ เช่นเดียวกัน โดยใช้เหรียญแล้วกว่า 100,000 เหรียญ ซึ่งเป็นเหรียญกษาปณ์ที่หาดูยากและเลิกใช้ไปแล้ว พร้อมกันนี้ยังได้ติดกับกระจก เพื่อให้สะท้อนมองเห็นได้ไกล ส่วนภายในอุโบสถ์นั้นประดับด้วยเหรียญต่างๆ เช่นกัน ประดับไปแล้วกว่า 30,000 เหรียญ พร้อมกับวัตถุมงคล เป็นทั้งพระสมเด็จ และพระผงอื่นๆ ติดตามเสาผนังและเพดานในอุโบสถ์ อีกจำนวน 84,000  องค์ ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฎก 84,000 พระธรรมขันธ์ นอกจากนี้บนศาลาการเปรียญก็มีการประดับเหรียญต่างๆ และพระผงพระพุทธรูปตามเสา พร้อมทั้งมีรูปภาพของพระพุทธประวัติ ตั้งแต่ประสูติตรัสรู้ ถึงปรินิพานของพระพุทธเจ้า และภาพเรื่องพระเวสสันดรชาดกทั้ง 13 กัณฑ์

ทั้งนี้ พระเจษฎาให้เหตุผลที่ประดับเหรียญบนพระพุทธรูปปรางค์ต่างๆ ว่า ที่ให้นำเหรียญกษาปณ์มาติดประดับองค์พระพุทธรูป เนื่องจากเหรียญกษาปณ์นั้นมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และอีกด้านหนึ่งก็มีภาพสถานที่สำคัญๆ ของประเทศไทยจึงให้ช่างติดสลับหน้าและหลังสลับกันไป เพื่อเป็นการรักษาอนุรักษ์เหรียญกษาปณ์ของไทยเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้เห็น ซึ่งจะมีเหรียญกษาปณ์สมัยใหม่ และเหรียญกษาปณ์สมัยเก่าที่หาดูได้ยาก โดยทางวัดได้ติดไปแล้วประมาณ 1 ล้านเหรียญ หากใครอยากชมสามารถแวะมากราบไหว้และเข้าชมได้ทุกวันเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่าที่วัดทุ่งตูมคำ หรือดอนหอดอนวัน ตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านนาข่า ต.นาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี ได้ใช้เหรียญกษาปณ์ประดับองค์พระพุทธรูป มีทั้งพระพุทธรูปปางสมาธิและปรางค์นอนประดับประดาไปด้วยเหรียญกษาปณ์จำนวน นับหลายแสนเหรียญ และภายในอุโบสถภายในวัดตกแต่งด้วยวัตถุมงคลจำนวนหลายหมื่นองค์ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบกับพระเจษฎา มหาลาโภ รักษาการเจ้าอาวาสวัดวัดทุ่งตูมคำ พร้อมกับเผยว่า เดิมวัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ในสมัยล้านช้าง อายุ 100 กว่าปี จากการสำรวจเบื้องต้นของนักโบราณคดีสำนักศิลปากรที่ 9 ขอนแก่น กรมศิลปากร แต่ก่อนเป็นวัดร้าง จนเมื่อปี พ.ศ 2540 พระอาจารย์ธวัชชัย ฐานิสุสโร เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันร่วมกับชาวบ้าน ได้มาปรับปรุงซ่อมแซมบูรณะวัดขึ้นมาใหม่ ต่อมาได้สร้างพระพุทธรูปขึ้นมาหลายองค์โดยประดับประดาด้วยเหรียญกษาปณ์ทั้ง องค์ คือพระปรางสมาธิซึ่งตั้งอยู่หน้าวัด ซึ่งกำลังสร้างอยู่มีหน้าตักกว้าง 5 เมตรเศษ สูงจากฐานถึงยอดเศียร 9 เมตร ก็ได้นำเอาเหรียญกษาปณ์ทั้งของไทยและของต่างประเทศชนิดต่างๆ มาแปะติดที่ตามร่างของพระพุทธรูป ซึ่งขณะนี้ใช้ไปแล้วกว่า 200,000 เหรียญ ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ยังเหลือช่วงไหล่ซ้าย และส่วนหลังบางส่วนของพระพุทธรูป คาดว่าจะใช้เหรียญกษาปณ์อีกประมาณ 100,000 เหรียญ รวมเป็น 300,000 เหรียญจึงจะแล้วเสร็จ

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: ฮือฮาพระพุทธรูปประดับเหรียญนับล้าน

ส่วยน้ำมันพ่นพิษ10นายพลพล่านหนัก

896817ขณะที่พล.ต.ท.อนุรุต กฤษณะการะเกต ผบช.ศชต. เปิดเผยว่า การปราบปรามผู้ค้าน้ำมันเถื่อน ศชต.ได้ร่วมมือกับกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จับกุมมาโดยตลอด ทั้งในจ.ปัตตานีและนราธิวาส เพราะเป็นภัยแทรกซ้อนที่กลุ่มผู้ค้าส่งเงินสนับสนุนให้มีการก่อการร้าย และขณะนี้ได้สั่งให้มีการตรวจสอบขบวนการค้าน้ำมันของ "เสี่ยโจ้" ในจังหวัดปัตตานี ซึ่งพบว่าไม่มีการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด ส่วนการขายน้ำมันเถื่อนของประชาชนนั้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ทำการเข้มงวดเพราะถือว่าเป็นการหาเช้ากินค่ำและเป็น วิถีชีวิตของคนที่อยู่ในเมืองชายแดน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากเกิดเรื่องส่วยน้ำมันเถื่อนขึ้น ทำให้ตำรวจ และศุลกากรรวมทั้งเจ้าหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรับส่วยน้ำมันเถื่อน ทั้งของเสี่ยโจ้ ที่ จ.ปัตตานี ของนักการเมือง ที่ จ.สงขลา และของนายทุนอิทธิพลที่นราธิวาส และของนักการเมืองท้องถิ่นที่ จ. สตูล ซึ่งมีจำนวนมาก โดยเฉพาะตำรวจที่มีจำนวนนับ 100 ราย ซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ในชุดปนม. ทั้งของบกภ.จว. ของ บชภ.9 ศชต. และตำรวจน้ำ ได้ติดมีการตรวจสอบข่าวว่ามีชื่อของตนพัวพันสวยครั้งนี้หรือไม่โดยเฉพาะ กลุ่มที่รับเงินจากเสี่ยโจ้ เป็นกลุ่มที่เดือดร้อนมากมีการเช็คข่าวและวิ่งหาผู้หลักผู้ใหญ่ให้ช่วยเหลือ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับนายพลกว่า 10 นาย และระดับ พ.ต.อ.-พ.ต.ต. อีกกว่า 50 นาย

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีข่าวเรื่องส่วยน้ำมันเถื่อนภาคใต้เกิดขึ้นจากการจับกุมขบวนการ ของพล.ต.ท.พงษ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ อดีต ผบช.ก. และพวกปรากฏว่าในพื้นที่ของจ.สงขลา สตูลและนราธิวาส ซึ่งเป็นเส้นทางขนน้ำมันเถื่อนทางบก และทางทะเล พบว่าที่ชายแดนจังโหลน และด่านปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลายังมีการนำน้ำมันเถื่อนจากฝั่งประเทศมาเลเซียเข้ามาตามปกติ โดยด่านศุลกากรอนุญาตให้รถยนต์ที่มีถังน้ำมันดัดแปลงเข้าไปขนน้ำมันเถื่อน ได้ตั้งแต่เวลา 05.00-09.00 น.ของทุกวัน ซึ่งในแต่ละวันจะมีรถยนต์หลายร้อยคันที่วิ่งเข้าไปบรรทุกน้ำมันมาถ่ายลงถัง ในฝั่งไทยเพื่อขายให้กับผู้ต้องการซื้อน้ำมันเถื่อนไปส่งยังต่างจังหวัด เช่นเดียวกับที่ด่านวังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล และที่อ.สุไหงโก-ลก อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ที่กลุ่มผู้ค้าน้ำมันเถื่อน ยังคงขนน้ำมันจากประเทศมาลเซียส่งให้กับปั้มน้ำมันโรงงานอุตสาหกรรม บริษัทขนส่งซึ่งเป็นลูกค้าประจำ ในขณะที่ 2 ข้างถนนในพื้นที่ยังมีการตั้งจุดขายน้ำมันเถื่อนทั้งดีเซล และเบนซินโดยบรรจุใส่แกลลอน และขวด นับร้อยๆ แห่ง ส่วนการค้าน้ำมันทางทะเลที่ จ.สงขลา บรรดาโรงงานอุตสาหกรรมและบริษัทขนส่งระบุว่ายังมีผู้ค้าน้ำมันดีเซลที่มากับ เรือประมงเสนอขายให้กับโรงงานต่างๆในราคาลิตรละ 26 บาท โดยสามารถสั่งซื้อได้ครั้ง 4,000-12,000 ลิตร

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าที่ปั๊มน้ำมันเถื่อนขนาด 4 หัวจ่ายในเขตเทศบาลนครสงขลามีการรับน้ำมันเถื่อนจากพ่อค้าที่ปาดังเบซาร์ มาส่งให้วันละ 3,000 ลิตร โดยทางปั๊มได้กำไรลิตรละ 8-10 บาท แต่ต้องจ่ายให้เจ้าหน้าที่ 5-6 หน่วยงาน เป็นรายเดือนหน่วยละ 3,000-5,000 บาท แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เกิดการจับกุมขบวนการส่วยน้ำมันเถื่อนทำให้นายประยุทธ มณีโชต ผอ.ศุลกากรภูมิภาคที่ 4 มีคำสั่งให้ด่านศุลกากรทุกแห่งในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง เข้มงวดกับขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนทั้งทางบกและทางทะเล เช่นเดียวกับ พล.ต.ท.มนตรี โปรตระยานนท์ ผบช.ภ.9 ที่มีคำสั่งด่วน ให้ผบก.ทั้ง 4 จังหวัด คือ สงขลา สตูล พัทลุง และตรัง จับกุมผู้ค้าน้ำมันเถื่อนเป็นการเร่งด่วน

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: ส่วยน้ำมันพ่นพิษ10นายพลพล่านหนัก

วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

จีนปรับขึ้นภาษีบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง

895482

จีนเป็นประเทศที่นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยนำเข้าเกือบร้อยละ 60 ของปริมาณความต้องการใช้น้ำมันทั้งหมดในประเทศ

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดิ่งลงต่ำสุดในรอบ 4 ปีในวันศุกร์ หนึ่งวันหลังจาก 12 ประเทศสมาชิกกลุ่มโอเปกตัดสินใจคงเพดานการผลิตของกลุ่มไว้ที่วันละ 30 ล้านบาร์เรล เท่ากับตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำมันที่ล้นตลาดราคาลดดิ่งลงอีก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 28 พ.ย. ว่า กระทรวงการคลังและสำนักงานภาษีอากรแห่งชาติจีน ประกาศปรับขึ้นภาษีการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งเบนซินและดีเซลในวันนี้ โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันเสาร์ (29 พ.ย.) ถือเป็นการปรับขึ้นเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 ท่ามกลางการลดลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก โดยภาษีการบริโภคน้ำมันเบนซินจะปรับขึ้นนากปัจจุบันที่ลิตรละ 1 หยวน (5.34 บาท) เป็น 1.12 หยวน (5.98 บาท) ส่วนน้ำมันดีเซลปรับขึ้นจากลิตรละ 0.8 หยวน (4.27 บาท) เป็น 0.94 หยวน (5.02 บาท) ทางการคาดว่า ผลกระทบโดยรวมจากการปรับขึ้นภาษี ต่อบรรดาผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะ จะอยู่ในขีดจำกัด เนื่องจากปรับขึ้นในขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกกำลังลดลง

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: จีนปรับขึ้นภาษีบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง

โป๊ปเยือนตุรกีเรียกร้องช่วยเหลือผู้ลีภัยซีเรีย-อิรัก

895485ในการเสด็จเยือนตุรกี3 วัน มีขึ้นขณะที่ตุรกีเอง ต้องรับผิดชอบผู้ลี้ภัยจำนวน1.6ล้านคนบริเวณพรมแดนภาคใต้ของประเทศหลัง จากกลุ่มหัวรุนแรงไอเอสบุกยึดหลายพื้นที่ในซีเรียและอิรักนี่เป็นการเยือน ตุรกีซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมเพียงครั้งที่ 4เท่านั้นของโป๊ปหลังจากเสด็จถึงกรุงอังการาเมื่อวันศุกร์สมเด็จพระสันตะปา ปาฟรานซิสได้เปิดการเจรจากับประธานาธิบดีเรซีฟเตย์ยิป เออร์โดกัน

ในระหว่างการตรัสต่อที่แถลงข่าวโป๊ปเรียกร้องให้มีการเจรจาซึ่งสามารถทำ ให้เกิดความเข้าใจและรู้คุณค่าอย่างลึกซึ้งระหว่างศาสนาถือว่ามีความสำคัญ อย่างยิ่งที่ประชาชนทุกกลุ่มทั้งมุสลิม ยิวและคริสเตียนต้องมีสิทธิ์เท่าเทียมกันและเคารพหน้าที่เหมือนกันสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอังการาประเทศตุรกี เมื่อวันที่28 พ.ย.ว่าสมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิสองค์ประมุขแห่งคริสต์จักรนิกายโรมันคาทอลิกทรงแสดงความห่วงใยชะตา กรรมของผู้ลี้ภัยจากซีเรียและอิรักพร้อมทั้งประณามกลุ่มหัวรุนแรงในการเริ่ม ต้นเยือนตุรกีครั้งสำคัญของพระองค์โดยในการตรัสสุนทรพจน์ในกรุงอังการา พระองค์ตรัสว่าตะวันออกกลางยังห่างไกลมากที่จะเป็นโรงละครแห่งสงครามฆ่าพี่ น้อง

แหล่งที่มา  :  เดลินิวส์

Source: โป๊ปเยือนตุรกีเรียกร้องช่วยเหลือผู้ลีภัยซีเรีย-อิรัก

รวบแก๊งตุ๋นตั๋วเครื่องบินจากสนามบินทั่วโลกกว่า100ราย

895448การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างองค์กร ตำรวจ อุตสากรรมการบิน และบริษัทบัตรเครดิต โดยประเมินความเสียหายได้ราว 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 32,819 ล้านบาท) ต่อปี โดยผู้ต้องสงสัยบางส่วนสามารถเชื่อมโยงไปถึงอาชญากรรมร้ายแรงในคดีอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด การลักลอบขนคนโดยผิดกฎหมาย รวมถึงการค้ามนุษย์ด้วยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 28 พ.ย. ว่า องค์การตำรวจยุโรป (ยูโรโพล) แถลงเมื่อวันศุกร์ว่า ยูโรโพลร่วมมือกับองค์การตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) และองค์การตำรวจละตินอเมริกา (อเมริโพล) ปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการอาชญากรรมออนไลน์ ที่ฉ้อโกงด้วยการซื้อตั๋วเครื่องบินโดยใช้ข้อมูลบัตรเครดิตปลอม ในวันพุธและพฤหัสบดีที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 118 ราย จากสนามบิน 80 แห่ง ใน 45 ประเทศ

แหล่งที่มา :  เดลินิวส์

Source: รวบแก๊งตุ๋นตั๋วเครื่องบินจากสนามบินทั่วโลกกว่า100ราย

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สัมผัส ยกส่อง พลิกเอียง' หลีกเลี่ยงแบงก์ปลอม

fae8d8bd9egbgefjbha5eพลิกเอียง ที่ตัวเลขแจ้งราคามุมขวาบนของธนบัตรชนิดราคา 500 บาท และ 1,000 บาท พิมพ์ด้วยหมึกพิเศษ ที่จะเปลี่ยนจากสีหนึ่งสลับเป็นอีกสีหนึ่งเมื่อพลิกเอียงธนบัตร โดยตัวเลข 500 จะเปลี่ยนสลับจากสีเขียวเป็น สีม่วง และตัวเลข 1,000 บาท จะเปลี่ยนสลับจากสีทองเป็นสีเขียวอ่อน นอกจากนี้ยังมีตัวเลขแฝงที่ซ่อนอยู่ในลายประดิษฐ์มุมล่างซ้ายของธนบัตรทุก ชนิดราคา ซึ่งเมื่อยกธนบัตรเอียงเข้าหาแสงสว่างและมองผ่านจากมุมล่างซ้ายเข้าหากึ่ง กลางธนบัตรในมุมที่เหมาะสม ก็จะเห็นตัวเลขอาระบิกแจ้งชนิดราคาธนบัตรฉบับนั้น


                              ในแต่ละปีแบงก์ชาติพิมพ์ธนบัตรใหม่หลายพันล้านฉบับ และกว่า 80% เป็นการพิมพ์ขึ้นมาเพื่อทดแทนธนบัตรที่เสื่อมสภาพจากการใช้งาน ดังนั้น หากทุกท่านช่วยกันใช้ธนบัตรอย่างทะนุถนอม ไม่ขีดเขียน ไม่ประทับตรา ไม่ทำให้ธนบัตรฉีกขาดเปรอะเปื้อน นอกจากจะทำให้ธนบัตรสะอาดน่าใช้ จะสังเกตหรือตรวจสอบธนบัตรก็ทำได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานของธนบัตร ลดงบประมาณการทำลายธนบัตรเก่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญเป็นการช่วยชาติประหยัดอีกด้วยครับ
สัมผัส ธนบัตรไทยทำจากกระดาษชนิดพิเศษมีใยฝ้ายเป็นส่วนประกอบหลัก จึงมีความแกร่ง ทนทาน ไม่ยุ่ยง่าย เมื่อจับสัมผัสจะให้ความรู้สึกแตกต่างจากกระดาษทั่วไป และที่ตัวเลขอาระบิกแจ้งชนิดราคามุมขวาบน ตัวอักษรคำว่า รัฐบาลไทย ตัวอักษรและตัวเลขไทยแจ้งชนิดราคาด้านหน้าธนบัตร พิมพ์ด้วยการพิมพ์เส้นนูน เมื่อท่านใช้ปลายนิ้วมือลูบจะรู้สึกสะดุดกับหมึกพิมพ์ที่ไม่เสมอกัน สำหรับผู้มีความบกพร่องทางสายตาก็สามารถสัมผัสลายดุนนูนแจ้งชนิดราคาซึ่ง เป็นสัญลักษณ์มาจากอักษรเบรลล์ได้ที่บริเวณมุมล่างด้านขวาของธนบัตรทุกชนิด ราคา


                              ยกส่อง เมื่อท่านยกธนบัตรส่องกับแสงสว่าง จะต้องเห็นลายน้ำพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และแถบสีโลหะที่ฝังในเนื้อกระดาษตามแนวตั้งอย่างชัดเจนทั้งด้านหน้าและด้าน หลัง บนแถบสีโลหะจะมีตัวเลขและตัวอักษรโปร่งแสงขนาดเล็กแจ้งชนิดราคาธนบัตรฉบับ นั้น
ท่านผู้อ่านคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า แบงก์ชาติมีหน้าที่ในการผลิตและนำธนบัตรไทยออกใช้แต่เพียงผู้เดียว แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า ในการออกใช้ธนบัตรแต่ละแบบนั้น นอกจากความสวยงามน่าใช้ ขนาดที่เหมาะสมต่อการพกพา และมีเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงความเป็นไทยแล้ว แบงก์ชาติยังได้วิจัยและพัฒนาเทคนิคใหม่ๆ ในการพิมพ์ธนบัตรมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ธนบัตรเป็นสิ่งพิมพ์ที่ยากต่อการปลอมแปลง แต่ประชาชนสามารถตรวจสอบธนบัตรได้ง่าย


                              อย่างไรก็ดี แม้ว่าธนบัตรจะมีกรรมวิธีการผลิตที่ซับซ้อนและยากต่อการลอกเลียนแบบ แต่กลุ่มมิจฉาชีพก็ยังพยายามปลอมแปลงธนบัตรอยู่เสมอ ดังนั้น ทุกครั้งที่ท่านใช้ธนบัตร หากไม่ใส่ใจและสังเกตให้ดี ก็อาจทำให้ต้องเสียทรัพย์โดยไม่ทันตั้งตัวได้เช่นกัน วันนี้ผมจึงขอแนะนำวิธีง่ายๆ 3 วิธี ได้แก่ การสัมผัส การยกส่อง และการพลิกเอียง ซึ่งจะช่วยให้ท่านปลอดภัยจากธนบัตรปลอมครับ

แหล่งที่มา  :  คมชัดลึก


Source: สัมผัส ยกส่อง พลิกเอียง' หลีกเลี่ยงแบงก์ปลอม